Untitled Document
Untitled Document
Untitled Document
Untitled Document
กลุ่มชาติพันธุ์ : ไทยทรงดำ
ประเพณีการตายของชาติพันธุ์ไทยทรงดำ

      ชาวไทยทรงดำถือเป็นพิธีสำคัญอย่างหนึ่ง โดยเมื่อมีการตายขึ้น คนที่นับถือผี เดียวกันในหมู่บ้านจะหยุดทำงานทุกอย่าง เพื่อเป็นการไว้ ทุกข์ และช่วยกันจัดการเกี่ยวกับ ประเพณีงานศพ ( เรียกว่า กำบ้าน กำเมือง ) และจะเศร้าโศกจนกว่าจะนำศพไปเผาเสร็จแล้ว จึงทำ งานตามปกติ ชาวไทยทรงดำ มีเอกลักษณ์ในการทำพิธีศพเป็นของตนเอง และยังปฏิบัติกันสืบมาจนปัจจุบันนี้

      ซึ่งชาวไทยทรงดำเชื่อกัน ว่า แถน ( ผีฟ้า ) เป็นผู้สีงมนุษย์ให้มาเกิด เมื่อตายไปจึงต้องทำพิธีส่งดวงวิญญาณ ให้ไปเมืองแถง หรือ เมืองฟ้า โดยมีการบอกทางให้ วิญญาณของผู้ตายเดินทางกลับไปยังเมืองแถง ( ซึ่งเป็นที่อยู่ดั่งเดิมของชาวไทยทรงดำ อยู่ตอนใต้ของจีนติดกับเวียดนาม )
 

พิธีทำศพของชาวไทยทรงดำ มีขั้นตอน ดังนี้
      ๑. จัดการศพ เมื่อมีการตายเกิดขึ้นแล้ว บรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านจะพากันมาบ้านคนตาย ( เรียกว่า เฮือนฮ้าย ) โดยการนุ่งดำห่มดำ ร้องไห้กัน ระงม คนที่มาส่วนมากจะเป็นผู้มีอายุแล้ว หนุ่มสาวไม่ค่อยมา ยกเว้นญาติคนในบ้าน คนตาย ศพซึ่งไร้วิญญาณนั้น ชาวไทยทรงดำ เรียก ว่า “ ขอน “ จะถูกตกแต่งเครื่องนุ่งห่มให้ใหม่

      โดยเอาเสื้อผ้าชุดใหม่สวมให้ แล้วนำเสื้อผ้าชุดเก่าสวมทับอีกชั้น รวมเป็นสองชุด ไทยทรง ดำ เชื่อกันว่า เมื่อวิญญาณไปถึงเมืองผี วิญญาณจะได้ถอดเสื้อผ้าชุดเก่าเป็นทาน เพื่อไถ่บาปเคราะห์กรรมของตน แล้วยังมีเสื้อผ้าชุดใหม่ ติดกายอยู่
 

        ๒. พิธีปลงศพ ญาติอายุ ๓๐ ปี ขึ้นไปของ ผู้ตายจะมาช่วยเหลืองานปลงศพกัน โดยมีหัวหน้าคนหนึ่งเป็นผู้ชายไทยทรงดำเรียกหัวหน้า ผู้ชายที่ทำพิธีใน การปลงศพนี้ว่า “นายเขย“ จะสั่งให้คนช่วยกัน ตัดไม้ไผ่ทำแม่แคร่ โดยใช้ไม้ไผ่ทั้งลำตัดเป็น ๔ ท่อน ๒ ท่อนแรก ยาว ๕ ศอก ๒ ท่อน หลังยาวศอกเศษๆ เข้ารูปกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีฟาก ไม้ไผ่ปูเป็นแคร่ ทำขาแม่แคร่สี่มุม สูงคืบเศษๆ แล้วใช้ซี่ไม้ไผ่ขนาด ๓ นิ้ว ยาวเท่า ลำตัวศพ ถักเป็นผืนเฝือกห่อศพ

( มีเคล็ดว่าผืนเฝือกใช้ไม้จำนวนคี่ คือผู้ตายถึงแก่กรรมก่อนคู่ของตน ถ้าผืนเฝือกใช้ไม้จำนวนคู่ คือผู้ครองหมดคู่ครองแล้ว ถ้าผู้ตายเป็นโสด ใช้จำนวนไม้ ๘ ซี่ ถักเป็นผืนเฝือก ) ต่อจากนั้นก็ทำประทุนสานด้วยไม้ไผ่ สวมครอบบนแม่แคร่คลุมศพ
( ซึ่งทำแทนต่างหีบศพ )

      การบรรจุห่อศพ หรือ ขอน ก็จะจัดการวางบนแม่แคร่ ยกย้ายแม่แคร่ห่อศพ ไปวางระหว่างขื่อเสาเรือน ให้ศพตรงขื่อเสาเรือนพอดี ซึ่งมีผ้าไหม หรือผ้าฝ้ายสีขาว หรือ สีแดงปูรองยาว ไปทางปลายเท้าศพ แล้วทบผ้าที่เหลือนั้นมาคลุมตัวศพถึงคอศพ และผ้าอีกด้านหนึ่งคลุมทับศีรษะให้มิด บนใบหน้าของศพจะมีผ้าไหมตัดเป็นคล้ายผ้าเช็ดหน้าปิดหน้าศพไว้ ตำหมาก ใส่ปากศพ แล้วใช้ไม้กลัด ( ทำด้วยไม้ไผ่ ) กลัดชายผ้าชั้นบนและชั้นล่างให้ติดกัน ห่อมัดศพตรึงไว้กับแม่แคร่ จากนั้นนายเขย ก็จะเอาประทุนที่สานด้วยไม้ไผ่คร่อมลงปิดร่างศพ ปิดหัว ท้ายด้วยการปักไม้ยึดให้แน่น ปลายไม้โผล่ขึ้นมาจากหลังประทุน ๑ ศอกเศษๆ แล้วโยงด้วยเชือกระหว่างปลายไม้ทั้งสองอยู่เหนือประทุนศพบนหลังประทุนศพคลุมด้วยเสื้อฮี กลับเอา ด้านที่มีสีสันเขียวเหลือง แดงออกคลุมไว้

      เหนือศพขึ้นไปจะมีราวไม้ไผ่แขวนไว้กับขื่อบ้านเรียกว่า “ขวัวล่วน“ เจ้าของบ้านจะนำเสื้อผ้าของผู้ตายแขวนพาดไว้ และยังมีห่อผ้าไหมและผ้าฝ้ายมาวางพาดอีก ถือว่าถ้ามีจำนวนมาก แสดงถึงความขยันและฐานะดี และมีขรัวสวนนี้ ยังมีไข่ดิบห่อข้าวเหนียวแขวนไว้อีกด้วยต่อจากพับผ้าไหม มีเส้นเชือกทำจากด้ายเส้นไหม รูดด้วยขี้ผึ้งมิ้มโยงมาที่ศพตรงศีรษะและบน ใบหน้า (เปรียบเสมือนสายวิญญาณของผู้ตาย ) ที่ปลายเท้าศพ ก็จะมีเครื่องเซ่นไหว้ (ข้าวปลาอาหาร หมาก พลู น้ำ) ตั้งไว้ ถ้าเป็นศพผู้หญิงวางไว้ใต้ขื่อในห้องผีเรือน และจะต้อง ก่อกองไฟไว้ข้างบ้านติดกับห้องผีเรือนประมาณ ๑ วา ให้ลุกทั้งคืน ไทยทรงดำเรียกว่า “วันแสงไฟเฮือน“ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตาย และห้ามก่อกองไฟไว้ข้างบ้านเช่นนี้ถ้าไม่มีการ ตาย เพราะถือว่าไม่เป็นมงคล

๓. การแต่งกายไว้ทุกข์
      ลูกหลานผู้ตาย ต้องสวมเสื้อสีขาว ไม่มีแขน คาดผ้าขาวบนศีรษะ ตัวผืนเสื้อตัดเย็บแบบง่าย ๆ โดยนำผ้าฝ้ายมาทบเป็นสองชิ้น ขาวเท่าลำตัวผู้สวมเจาะแหวะเนื้อผ้าเป็นคอเสื้อสองข้าง ตัวผืนผ้า ใช้ด้ายเย็บเนาเพลาะให้ติดกันสำเร็จเป็นผืนเสื้อให้สวมทันที มีผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัสพับทบให้เป็นสามเหลี่ยมชายธง ใช้ผืนผ้านี้คาดศีรษะ กางเกงชายนั้นไม่จำกัด หญิงสวมผ้าซิ่น ตามแบบเดิม ภาษาไทยทรงดำ เรียกว่า “นุ่งเสื้อทกปกหัวขาว“

๔. การร้องไห้หน้าศพ
      เป็นการร้องไห้รำพันแบบมีแบบแผน คือ ร้องไห้ตามศักดิ์ตามฐานะของแต่ละคน การร้องไห้ต้องร้องอย่ามีลีลารำพันเสียงต้องโหยหวน ผสมความโศกเศร้าเงียบเหงาวังเวง ทำให้ผู้ฟัง เกิดความเศร้าตามไปด้วย มีข้อสันนิษฐานไว้ ๒ ประการ ในการร้องไห้หน้าศพ คือ เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี ของผู้ตายมาทบทวนให้คนอื่นฟัง อีกประการหนึ่งคือเป็นการอาลัย ถึงผู้ตายในฐานะลูกหลานญาติมิตรสหาย

๕. พิธีบอกทาง
      ในวันรุ่งขึ้นหมอพิธี ( นายเขย ) จะมาทำพิธีบอกทางให้กับดวงวิญญาณของผู้ตาย เพื่อเดินทางกลับไปบ้านเกิด โดยหมอพิธี จะนั่งบนม้าหน้าโลงศพ ปักมีดเหน็บหงายคมออกจากตัวไว้ ข้างหน้าข้อมือของหมอพิธี และลูกหลานจะผูกด้วยดอกไม่ไผ่ เพื่อเป็นเคล็ดไม่ให้ขวัญของตนตามผีไป หมอพิธีจะอ่านคำบอกทางเป็นภาษาไทยทรงดำ ที่คล้องจองกัน เนื้อความจะสรร เสริญคุณความดีของผู้ตาย บอกให้ผู้ตายรู้ว่าหมดหน้าที่ทางโลกแล้ว ให้ขวัญไปอยู่เมืองฟ้า แล้วบอกทางให้ผู้ตายเดินทางไปทีละย่าน ทีละถิ่น ผ่านที่ไหน ที่ไหนบ้าง โดยเริ่มออกจาก บ้านของตนเอง หลังจากเสร็จพิธีบอกทาง ก็ให้ยกหีบศพ หันขวางกับขื่อบ้านแล้ววางลง

จากนั้นให้ลูกหลานเดินเวียนศพจากซ้ายไปขวา ๓ รอบ แล้วออกเดินตรงทางเดิม จะมีหมอพิธีผู้หญิง ถือสวิงช้อนปลา ทำท่าช้อนปลาไปมา เพื่อเป็นเคล็ดว่าช้อนขวัญของญาติ ไม่ให้ ขวัญนั้นตามผีไป เรียกว่า "ซ้อนขวัญ

๖. พิธีเก็บกระดูกและของเครื่องใช้ให้ศพ
      การส่งของเครื่องใช้ให้ศพ ภาษาไทยทรงดำ เรียกว่า เอ็ดแฮว ส่งของต่างๆ ที่ช่วยกันสร้างเพื่ออุทิศให้ศพนั้น แยกชนิดกันเป็นชนิดของ ผู้ชาย และชนิดของผู้หญิง

๗. การส่งผี (ส่งของให้ผี)
      ญาติพี่น้องจะนำสิ่งของ นำด้วย ธง เสาหลวง เสื้อผ้า หอแก้วหอคำ (ทำเป็นส่วนประกอบไว้) เมื่อไปถึงป่าแฮวก็ทำการเสี่ยงทายสาที่สร้างบ้าน โดยบ้านที่สร้างก็จะทำให้ต่างไปจากบ้าน คน เช่น จากที่มุงหลังคาก็หงายออก ทำแบบหยาบๆ ใต้ถุนบ้านขุดหลุมไว้ฝังไหกระดูก รอบๆ บ้านทำรั้วด้วยไม้ไผ่สานหยาบๆ ปลูกพืชผักสวนครัว ดอกไม้พอเป็นพิธี หน้าบ้านปักเสา หลวง ผูกธงติดกับเสาหลวง หงส์ ร่มระย้า ผูกไว้ปลายเสา เสื้อผ้าแขวนไว้กับเสาหลวง หอแก้วจะพาดไว้ระหว่างหน้าบ้านผีกับเสาหลวง หมอพิธีจะนำกระดุกทั้งหมดห่อผ้าขาวใส่ลงใน ไห นำไหใส่ลงในหลุมใต้ถุนบ้านผี มีเส้นไหมสีเหลืองโยงติดระหว่างปากไหกับบนบ้านผี ปากไหปิดด้วยชามซึ่งทุบให้ปากบิ่น แล้วหมอพิธีก็บอกกล่าวถึงการที่จะอุทิศสิ่งของเหล่านี้ให้กับ ผู้ตาย ญาติจะนำเหรียญเงินที่ทำด้วยตอกไม้ไผ่ไปแขวนรอบๆ บ้านผี หมอพิธีนำเครื่องเซ่นมา เซ่นครั้งสุดท้าย แล้วบอกทางให้ไปเมืองฟ้า กลบดินให้มิดไหกระดูก ญาติลูกหลานยืนเข้า แถวทำความเคารพผู้ตาย เป็นอันเสร็จพิธีการส่งผี

๘. พิธีเอาผีขึ้นเรือน
      เป็นพิธีนำผีญาติพี่น้องที่ตายไปแล้วนำขึ้นเรือน โดยเจ้าภาพจะบอกญาติๆ ว่า วันนั้น เวลานั้นจะเอาผีขึ้นเรือน เจ้าภาพจะต้องล้มหมู เอาหัวหมู ขาหมู หางหมู ต้มแต่งเผือน มีเหล้าไก่ พร้อม ทำพิธีเซ่นไหว้วิญญาณ โดยญาติๆ จะห่อข้าวเหนียวกับเนื้อเค็มมาหนึ่งห่อ แยกห่อกัน ( นอกจากเนื้อเค็ม อาจเป็นไข่ต้มหรือปลาย่างก็ได้ ) ห่อด้วยใบตองสดนำมามอบให้กับเจ้า ภาพ เจ้าภาพก็คอยรับข้าวห่อของเพื่อนบ้านด้วยความเคารพ ส่วนญาติใกล้ชิดของเจ้าภาพก็จะจัดของมามอบตามศักดิ์ โดยของที่จะจัดเป็นหัวหมูต้ม เหล้าขวด หมอพิธีจะทำพิธีเชิญ วิญญาณของผู้ตายให้มารับเครื่องเซ่นไหว้จากวงศาคณาญาติ พอถึงเที่ยงก็เสร็จพิธี เจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารแก่บรรดาญาติๆ มื้อกลางวัน

๙. พิธีแผ้วเฮือน
      เป็นการชำระล้างเรือนให้สะอาด เพราะชาวไทยทรงดำถือว่า ถ้ามีการตายเกิดขึ้นในบ้านๆ นั้น จะไม่สะอาดบริสุทธิ์ จึงต้องทำพิธีล้างเรือน โดยหมอพิธีผู้หญิงเป็นผู้ประกอบพิธี คือ เรียกขวัญคนในบ้าน ทำการเสี่ยงทายโชคเคราะห์ของบ้าน สิ่งของที่ต้องใช้ในพิธีมีดังนี้ ผ้าขาวยาวผืนละ ๒ เมตร ๖ ผืน ขึงแขวนไว้ในที่ต่างๆ


Untitled Document
การตายของชาติพันธุ์ไทยทรงดำ

Post Comment

Untitled Document
  Untitled Document
กลุ่มชาติพันธุ์ | ไทยทรงดำ
 วัฒนธรรม
 ประเพณี
Untitled Document
 
กลุ่มชาติพันธุ์
 
กิจกรรม
 
แผนที่
 
ติดต่อเรา
       
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
เลขที่ ๔๖ ม.๓ ต.จอมบึง อ.จอมบึง
จ.ราชบุรี ๗๐๑๕๐

Tel: ๐๘๓-๑๐๕๓๒๑๙ ,๐๓๒-๒๖๑๗๙๐
Fax: ๐๓๒-๒๖๑๐๗๘
E-mail : kungwi@gmail.com
Copyright © ๒๐๑๓ Muban Chombueng Rajabhat University. All Rights Reserved.
Muban chombueng Rajabhat University ๔๖ Moo ๒, Chombueng, Ratchaburi ๗๐๑๕๐ Thailand.